ผลบอลไทย-ออสเตรเลีย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ผลบอลไทย ออสเตรเลีย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ไทยพ่าย ออสเตรเลีย 2 ต่อ 1

โดยทีมไทย ขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก 1 ประตู ต่อ 0

ครึ่งหลัง ออสเตรเลีย ตามมายิง 2 ประตู จนขึ้นนำ และชนะไป 2 ประตู ต่อ 1

TPLShopping.com ศูนย์รวมเสื้อบอลไทย ของแท้ ทุกสโมสร

Godaddy Promo code : จดโดเมนเพียง 1.87$ มาแล้ว

GoDaddy Promo Codes

GoDaddy Promo Codes

Godaddy Promo code : จดโดเมนเพียง 1.87$ มาแล้ว

Coupon Codetube
ราคา 1.69+Fee .18 = 1.87$

สำหรับ โดเมนใหม่ .com และ .co.uk เท่านั้น

SPECIAL OFFER! $1.69 .COM or .CO.UK
ICANN Fees not included.

โฆษณา Google Chrome : คนรักสัตว์

โฆษณาเวอร์ชันล่าสุดของ “เว็บคือทุกสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” มารู้จักหน่วยงานที่ใช้เว็บในการให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์จรจัดในมหานครประเทศไทย

เริ่มธุรกิจออนไลน์ บทที่ 3 : ลงมือทำ

หลังจากที่คุณคิดจะ เริ่มธุรกิจออนไลน์ และได้เรียนรู้การทำธุรกิจออนไลน์ มาบ้างแล้วจากบทก่อน ๆ

ถึงตอนนี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณอาจจะต้องเริ่มลงมือทำธุรกิจออนไลน์จริงๆ ดูซักที

มีวิธีคิดง่ายๆ เพียงไม่กี่ข้อ ให้คุณนำไปใช้เป็นหลักในการคิด

- คุณถนัดที่จะทำ หรือขายอะไร
- คุณมีความรู้ทางด้านออนไลน์ มากน้อยแค่ไหน

ถ้าตอบคำโจทย์ด้านบนได้แล้ว คุณก็แค่จับ สิ่งที่คุณถนัด มารวมกับออนไลน์ และนำไปวิเคราะห์ในขั้นตอน การเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ต่อไป

เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์

Google ประเทศไทยเปิดตัวแคมเปญ “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” แคมเปญออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดขององค์กร เพื่อฉลองโอกาสที่ผู้ใช้งานกูเกิลได้นำไอเดียสร้างสรรค์ และความหลงใหลในใจมารวมเข้ากับความสามารถของเว็บเพื่อสร้างสรรค์ สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น

พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประเทศไทย ประจำ Google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อธิบายที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ว่า กูเกิลได้พยายามค้นหาตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการที่ผู้คนใช้เว็บเพื่อ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในเมืองไทย และพร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านั้นแก่ผู้คนทั่วโลก และแคม เปญ “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” ก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ใช้งานรายอื่น ในการเชื่อมต่อออนไลน์และทำสิ่งดีๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้น่าอยู่มากขึ้น

“กูเกิลเชื่อว่าประสบการณ์การใช้เว็บที่ดีขึ้นนี้จะมีส่วนช่วยปรับปรุงโลกให้น่าอยู่มากขึ้น”

หัวใจหลักของแคมเปญนี้อยู่ที่ผู้คน เพราะผู้คนแสดงให้เห็นว่าเว็บคือแพลตฟอร์มที่ไร้ขีดจำกัด และเมื่อถูกใช้เต็มศักยภาพ เว็บก็จะเสริมสร้างความสามารถให้ทุกคนทำทุกสิ่งที่ใจต้องการได้ กูเกิลหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยสื่อให้คนเข้าใจว่า ไม่ว่าใครก็สามารถใช้เว็บเพื่อสร้างความสัมพันธ์ สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างผลกระทบต่อโลก ของเราในทางที่สร้างสรรค์และสดใส และเชิญชวนให้ทุกๆ คนเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อใช้เว็บให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ พรทิพย์กล่าว

ประเทศไทยคือตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่มีการเปิดตัวแคมเปญนี้ พร้อมด้วยเรื่องราวจากฮีโร่เว็บของไทย ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับครอบครัว ชุมชน และการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โดยวิดีโอชุดแรกมีชื่อว่า “จากใจพ่อ” ซึ่งเปิดฉายเป็นครั้งแรก ในรายการ ‘เช้าดู วูดดี้’ และได้รับแรงบันดาลใจจากอีเมลและเรื่องราวมากมายที่ Google ได้รับจากพ่อแม่ผู้ปกครองทั่วโลก ที่ใช้เว็บเพื่อกระตุ้น ส่งเสริม และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุตรหลาน

ที่มา http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?newsid=9540000070442

เริ่มธุรกิจออนไลน์ บทที่ 2 : ศึกษา หาแนวทาง

เริ่มธุรกิจออนไลน์ ในบทที่ 2 นี้ ผมขอนำบทความเกี่ยวกับ การทำธุรกิจออนไลน์ มาให้อ่านกันคร่าวๆ ก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการคิดต่อไป ซึ่งหลังจาก ทำความเข้าใจบทความที่ผมนำมาให้นี้แล้ว เราจะเข้าสู่การลงมือทำจริง ในบทต่อไปครับ

การเข้าสู่ธุรกิจบนโลกออนไลน์ (E-Commerce) นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่ของผู้ประกอบการ ในการเพิ่มฐานรายได้และศักยภาพในการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างดี โดยในปัจจุบัน การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ เริ่มได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ประกอบการมากขึ้น เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก อีกทั้งจากอัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตและการเพิ่มขึ้นของเว็บไซต์ทางธุรกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้การประกอบธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางการตลาดขนาดใหญ่ ไร้พรมแดน สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว ไร้ขีดจำกัดของเรื่องเวลาและสถานที่ ทำให้ธุรกิจออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจออนไลน์ของไทยในปัจจุบันยังมีความไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกฎหมายพาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ ที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจจะยังคงมีความลังเลในการดำเนินธุรกิจว่าจะต้องทำอย่างไร สามารถทำได้หรือไม่ หรือผิดกฎหมายหรือไม่ ในขณะที่ลูกค้าอาจจะยังมีความกังวลในเรื่องของกฎหมายที่จะมาคุ้มครองหากเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการซื้อ-ขายสินค้ากับผู้ประกอบการ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการกำหนดกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ก็อาจจะทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้ามีความมั่นใจที่จะทำการซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์มากขึ้น

แนวโน้มการทำธุรกิจออนไลน์ปี 2554

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก จนปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 1.8 พันล้านคน และคาดว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยกว่า 21 ล้านคน ซึ่งยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังนั้น การหันมาทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ของบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่อาจมีข้อจำกัดในเรื่องของต้นทุน อันเป็นอุปสรรคสำคัญในการแข่งขันในตลาด ทำให้ผู้ประกอบการบางรายต่างหันมาสร้างรายได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น

สำหรับในปี 2554 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การทำธุรกิจออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุนที่คาดว่า จะทำให้ธุรกิจออนไลน์มีแนวโน้มเติบโต มีดังนี้

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการเข้าถึงและมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้จากที่ไม่มีความมั่นใจในการซื้อขายสินค้าผ่านทางธุรกิจออนไลน์ กลับกลายเป็นกล้าที่จะซื้อและชอปปิ้งออนไลน์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีสินค้าและบริการต่างๆ ของธุรกิจมากมายที่เริ่มหันมาสู่การทำธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น จึงคาดว่า จะทำให้ธุรกิจออนไลน์มีแนวโน้มเติบโต

- ภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันส่งผลให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้น ดังนั้น จากการที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นนั้น อาจส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

- ระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนามากขึ้น ระบบการชำระเงินออนไลน์ที่มีอยู่ในเมืองไทยตอนนี้มีมากหลายรูปแบบ เช่น ผ่านบัตรเครดิต ชำระผ่านระบบ E-banking ชำระผ่านตัวกลางชำระเงินอย่าง PayPal และ TARADpay หรือชำระเงินผ่านมือถือ เป็นต้น ซึ่งจากความพร้อมในเรื่องของการชำระเงินออนไลน์ที่มีหลากหลายช่องทางให้เลือก ล้วนแล้วแต่สร้างความสะดวกให้กับผู้ซื้อขายสินค้ามากขึ้น ทำให้การค้าขายผ่านออนไลน์จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่อยากจะเข้ามาเปิดตลาดใหม่

- เว็บไซต์สามารถสร้างได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันธุรกิจให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป เริ่มมีมากมายทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมถึงระบบซอฟแวร์ที่เป็นลักษณะระบบเปิด (Open Source) ที่มีเปิดให้ดาวน์โหลดกันมากมาย ทำให้การสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ดังนั้น คาดว่า ในปีนี้จะเห็นความหลากหลายของผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จนเกิดการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการที่อยากจะมีเว็บไซต์ของตนเอง หรือมีธุรกิจบนโลกออนไลน์ จะสามารถทำและสร้างเว็บตัวเองได้สะดวกและง่ายมากขึ้น

- โปรโมชั่นการขายสินค้าในโลกออนไลน์ ที่ผ่านมาธุรกิจออนไลน์ต่างขายสินค้าโดยไม่มีการลดการทำโปรโมชั่นเลย หรือมีบ้างเล็กน้อยแต่อาจจะไม่ดึงดูดผู้บริโภคมากนัก แต่ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์ต่างๆเริ่มมีการนำเทคนิคการค้าออนไลน์ รวมถึงโปรโมชั่นแคมเปญลดราคาต่างๆ ออกมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการค้าออนไลน์อย่างมาก ทำให้หลายๆ ธุรกิจเริ่มจัดแคมเปญลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทำให้เกิดยอดขาย และผู้ซื้อเริ่มสนุกที่จะซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อน

ข้อพึงระวังของการทำธุรกิจออนไลน์

ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสามารถให้คำแนะนำ หรือการบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบายมากขึ้น และที่สำคัญการที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เริ่มหันมาสนใจทำธุรกิจและเพิ่มรายได้จากช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ อาจมีข้อพึงระวังอยู่หลายประการที่ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์จะต้องคำนึงถึง เพราะหากทำธุรกิจออนไลน์แต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า ก็อาจจะส่งผลต่อความสำเร็จของการทำธุรกิจบนช่องทางนี้ได้

- ระบบอินเทอร์เน็ต หรือระบบโครงข่ายการสื่อสาร นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจ และรู้จักธุรกิจได้เป็นอันดับแรก เพราะหากในขณะนั้นมีลูกค้าต้องการที่จะเข้ามาสั่งซื้อสินค้า หรือกำลังเข้ามาดูธุรกิจของเรา และบังเอิญว่าระบบมีความผิดปกติ หรือขัดข้อง โดยเฉพาะเว็บไซต์ล่ม การติดต่อ หรือการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการมีปัญหา เท่ากับว่าธุรกิจของผู้ประกอบการกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการสูญเสียลูกค้า

- ความเสี่ยงจากการขนส่งสินค้า เป็นอีกปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องพึงระวัง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากสินค้าเกิดการชำรุด เสียหาย หรือความเสี่ยงจากการที่สินค้าสูญหายระหว่างการขนส่งไปยังลูกค้า เพราะถ้าหากสินค้าเกิดชำรุด เสียหาย หรือสูญหายไป ก็เท่ากับว่าผู้ประกอบการจะต้องสูญเสียรายได้ในทันที และต้องคืนเงินทั้งหมดให้กับลูกค้าด้วย

- ระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลต่างๆของลูกค้าที่อาจจะถูกเปิดเผย รวมถึงความปลอดภัยในเรื่องของการชำระเงินบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่อาจถูกปลอมแปลง หรือมีการสวมรอยนำข้อมูลของเจ้าของบัตรไปใช้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องพึงระวัง และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจัดทำระเบียบควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล การใช้เครื่องหมายรับรอง (Trustmark Scheme) จากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เป็นต้น

- ธุรกิจอาจไม่สามารถควบคุมการแสดงความคิดเห็นในแง่ลบต่อสินค้าหรือธุรกิจได้ ซึ่งอาจมาจากความคิดเห็นของผู้บริโภคเอง หรืออาจมาจากธุรกิจคู่แข่ง ซึ่งมีผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ รวมถึงธุรกิจต้องใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารอย่างมาก เนื่องจากเป็นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ จึงสามารถส่งสารถึงผู้รับได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากสื่อสารผิดพลาดจนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับผู้บริโภค อาจแก้ไขได้ยากลำบาก

วิธีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจออนไลน์ สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก คือ การประชาสัมพันธ์ หรือแนะนำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักบริษัทและตัวสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดการจดจำ บอกต่อ จนทำให้เกิดความเชื่อมั่น และเกิดกระบวนการซื้อในที่สุด ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ น่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นอย่างดี ดังนั้น ช่องทางในการประชาสัมพันธ์ที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหล่านี้ได้ดีที่สุด คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อออนไลน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อทางการตลาด (Social Media) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสารได้เป็นวงกว้าง และยังสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม ด้วยต้นทุนต่ำ สามารถสื่อสารได้ตลอดเวลา และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนได้มากกว่าช่องทางปกติ เป็นต้น ปัจจุบันช่องทางการประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านทางสื่อออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ามีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

- การประชาสัมพันธ์ทางตรง คือ การประชาสัมพันธ์ที่บริษัทเป็นผู้กระจายข่าวสารหรือข้อมูลของธุรกิจโดยตรง เช่น การสร้างตัวสินค้าหรือบริษัทให้เปรียบเสมือนบุคคลหนึ่งบนสังคมออนไลน์ โดยธุรกิจเอสเอ็มอีรายใหม่อาจแนะนำสินค้า พร้อมทั้งนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในเครือข่าย เพื่อจูงใจให้มีการเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นมากขึ้น นอกจากนี้อาจมีการพูดคุย ตอบข้อซักถาม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้าควบคู่ไปด้วย

- การประชาสัมพันธ์ทางอ้อม คือ การประชาสัมพันธ์โดยบริษัทจะอาศัยคนกลางที่จะช่วยกระจายข่าวสาร หรือสื่อสารทางการตลาดแทนตัวบริษัทเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการจูงใจ และโน้มน้าวบุคคลอื่นบนสังคมออนไลน์ เช่น ผู้เขียนบล็อคที่มียอดผู้เข้าชมสูง (Blogger) ผู้ที่มีชื่อเสียง หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ โดยธุรกิจอาจให้สินค้าแก่บุคคลดังกล่าวไปทดลอง รวมถึงอาจเชิญไปร่วมกิจกรรมของทางบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบุคคลเหล่านี้จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ หรือแสดงความคิดเห็นหลังจากได้รับสินค้าและบริการลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายข้อมูล สร้างการรับรู้ในตัวสินค้าแบบปากต่อปากผ่านเครือข่าย

ทั้งนี้การประชาสัมพันธ์ผ่านสังคมออนไลน์โดยอ้อม น่าจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการประชาสัมพันธ์โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจใหม่ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ต้องอาศัยบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อจูงใจให้เกิดการบอกต่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อสินค้าหรือธุรกิจมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งแล้ว อาจใช้การประชาสัมพันธ์โดยตรงควบคู่ไปด้วย ซึ่งธุรกิจสามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้า และธุรกิจได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มช่องทางในการติดต่อระหว่างธุรกิจกับลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ธุรกิจควรออกแบบสื่อให้มีความน่าสนใจ ทั้งเนื้อหา และรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้มีการส่งต่อ และต้องสนับสนุนให้กระบวนการส่งต่อ คัดลอก ถ่ายโอน เป็นไปอย่างง่ายและสะดวก ไม่ควรจำกัดผู้เข้าชม หรือจำกัดการดาวน์โหลด รวมถึงไม่ควรสื่อออกมาในลักษณะยัดเยียดโฆษณามากเกินไป

ข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายและภาษีในการทำธุรกิจออนไลน์

ด้านกฎหมาย

เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจออนไลน์ของประเทศไทยยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจจะยังคงมีความลังเลในการดำเนินธุรกิจว่าจะต้องทำอย่างไร สามารถทำได้หรือไม่ หรือผิดกฎหมายหรือไม่ ในขณะที่ลูกค้าอาจจะยังมีความกังวลในเรื่องของกฎหมายที่จะมาคุ้มครองหากเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการซื้อ-ขายสินค้ากับผู้ประกอบการ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการกำหนดกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ก็อาจจะทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้ามีความมั่นใจที่จะทำการซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์มากขึ้น

ตัวอย่างข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในการประกอบธุรกิจออนไลน์ที่ผู้ประกอบการยังคงไม่มีความแน่ชัด และไม่มั่นใจว่าสามารถทำได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น
- กฎหมายที่สามารถคุ้มครองการทำธุรกรรมข้ามรัฐหรือข้ามประเทศ มีมาตรฐานและมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ที่ต่างกัน
- การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่
- ปัญหาเกิดจากการทำธุรกรรม เช่น การส่งสินค้ามีลักษณะแตกต่างจากที่โฆษณาบนอินเทอร์เน็ต จะมีการเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ผู้ประกอบการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร หรือผู้ประกอบการไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายในกรณีใดบ้าง เป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้น จัดเป็นข้อจำกัดทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการยังคงไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปในลักษณะหรือรูปแบบใด และหากกฎหมายมีความชัดเจนก็จะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจออนไลน์ได้ง่ายและเข้าใจมากขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างหลักประกัน และความเชื่อมั่น ทั้งของผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีข้อบังคับในการทำธุรกิจออนไลน์ คือ ผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจออนไลน์จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นเพียงแค่การยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่จริงของผู้ประกอบการ แต่ไม่ได้บอกถึงความน่าเชื่อถือ หรือคุณภาพของร้านค้าแต่อย่างใด

ด้านภาษี

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการเก็บภาษีจากการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะต้องรอดูกรมสรรพากรก่อนว่า จะกำหนดกรอบในการจัดเก็บภาษีจากการสร้างรายได้บนธุรกิจออนไลน์อย่างไร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมสรรพากรเตรียมขยายฐานภาษีไปยังผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเพื่อแจ้งรายได้เสียภาษีจากการทำธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากเป็นสาขาที่เริ่มได้รับความนิยม เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้ ทางกรมสรรพากรได้เตรียมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีการค้าขายสินค้า เพื่อสรุปแนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเรียกเก็บภาษีจากการทำธุรกิจออนไลน์ควรที่จะยึดถือโครงสร้างระบบภาษีประเภทต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับศึกษาแนวโน้มของระบบการค้าและผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ทั้งนี้โครงสร้างภาษีในอนาคตอันเกี่ยวเนื่องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ควรจะยืนอยู่บนพื้นฐานของความสม่ำเสมอ (Consistency) ความเป็นธรรม (Non-discrimination) และความเป็นกลาง (Neutrality) โดยรักษาสมดุลระหว่างรายได้ที่รัฐพึงจัดเก็บเพื่อทำนุบำรุงบ้านเมืองและประชาชน กับการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบ ศึกษา และมีจุดยืนที่ชัดเจนในเวทีเจรจาทางด้านภาษีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มความสามารถ และที่สำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในเรื่องของขั้นตอนการจัดเก็บภาษีออนไลน์อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการในเรื่องของภาษีได้อย่างถูกต้องและสามารถคำนวณต้นทุนของราคาสินค้าได้

โดยสรุปแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบัน การสร้างรายได้จากการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์จะได้รับความนิยมมากขึ้นจากบรรดาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของทุน แต่หากข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและภาษีในการทำธุรกิจออนไลน์ยังคงไม่ชัดเจน ก็อาจจะส่งผลต่อการทำธุรกิจออนไลน์ของผู้ประกอบการในด้านความน่าเชื่อถือ ดังนั้น ในอนาคตหากภาครัฐมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจออนไลน์ออกมาบังคับใช้ อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการมีภาระต้นทุนในด้านการดำเนินงาน และความยุ่งยากในการทำธุรกิจมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีความปลอดภัยในข้อมูลของผู้ซื้อ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจออนไลน์ได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจออนไลน์ควรต้องทำการตลาด โปรโมทสินค้าและเว็บไซต์ของตนเองเช่นกัน เพื่อให้คนทั่วไปรับรู้รายละเอียดของสินค้า นอกจากนี้ ยังต้องทำให้หน้าเว็บไซต์ ขั้นตอนการซื้อสินค้า และระบบการชำระค่าสินค้าให้มีความง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน รวมทั้งมีระบบสนับสนุนต่างๆ เช่น การส่งสินค้า การบริการหลังการขาย เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ อันจะนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจออนไลน์มากขึ้น

ที่มา K SME Care

Google Chrome : ทูตมวยไทย ในรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย

ธุรกิจการผลิตส่วนใหญ่อาจจะใช้เว็บและอินเทอร์เน็ตเป็นเพียงสื่อหนึ่งในแผน การตลาด แต่ยังมีบางรายที่เว็บเป็นเสมือนกระดูกสันหลังของกิจการมาตั้งแต่แรก เช่น muaythaistuff.com ของบริษัท Tuff Company ที่ขายปลีกกางเกงมวยไทย เสื้อ นวม เป้าซ้อม สนับแข้ง ฯลฯ ส่งผ่านบริการอย่าง UPS และ DHL ไปยังสหรัฐฯและยุโรปโดยรับเงินผ่าน Paypal ส่วนช่องทางหลักแทบจะหนึ่งเดียวในการโฆษณาสินค้าก็คือ Adwords ของ Google นั่นเอง

วุฒินันท์ สังข์อ่อง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท Tuff Company ลองผิดลองถูกกับอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ปี 2002 หลังจากตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยทิ้งปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และงานประจำตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ไว้เป็นอดีต ออกเดินสำรวจถนนข้าวสาร ประตูน้ำ สืบเสาะว่าชาวต่างชาติสนใจและชอบซื้อสินค้าแบบไหนกัน ก่อนจะบุกไปยังแหล่งเพื่อรับมาขายผ่าน EBay ก่อนจะพบแต่ความขลุกขลักจากการที่ PayPal ไม่รองรับประเทศไทยและอีกหลายอุปสรรค จนวุฒินันท์ตัดสินใจหยุดพักไว้แล้วไปเรียนต่อโทด้าน IT for Manufacture ที่มหาวิทยาลัย Warwick อังกฤษ

เมื่อเรียนจบ วุฒินันท์กลับสู่โลกการค้าออนไลน์อีกครั้งกับแผนการใหม่ สานต่อความสนใจตั้งแต่เด็กๆ ของเขากับน้องชายทั้งสองที่เคยหุ้นกันซื้อกระสอบทราย นวม และเป้าซ้อมมาเตะต่อยกันเล่นในบ้าน เพราะเขาพบว่าฝรั่งมี Demand ความต้องการอุปกรณ์ประเภทนี้อยู่ไม่น้อย ทั้งใช้เล่นออกกำลังตามบ้าน และใช้แข่งจริงจังตามโรงเรียนสอนมวยไทย, คิกบ๊อกซิ่ง และฟิตเนส

วุฒิ นันท์จึงตั้งเว็บ muaythaistuff.com ขึ้นมาเป็นตัวแทนขายอุปกรณ์มวยไทยไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งคราวนี้ PayPal รองรับประเทศไทย และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เอื้อต่ออีคอมเมิร์ซมากขึ้น และบริษัท Tuff Company ที่พ้องเสียงกับทั้งคำว่า “Tough” ที่แปลว่าอึด แข็งแกร่ง และพ้องกับชื่อเว็บด้วย และเมื่อ MuaythaiStuff เติบโตขึ้น วุฒินันท์รีบผันตัวเข้าสู่ธุรกิจการผลิต แตกไลน์เป็นแบรนด์ Kombat สำหรับสินค้ามวยที่ผลิตเอง และแบรนด์ “Tuff” สำหรับเสื้อยืดใส่ทั่วไปแต่เป็นลายเกี่ยวกับมวยไทย

ก่อนรู้จัก Adwords นั้น วุฒินันท์สนใจศึกษาการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับเสิร์ชสูงๆ ที่เรียกว่า SEO (Search Engine Optimization) มาก่อน แต่เมื่อพบว่าการทำ SEO นั้นต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผล ไม่แน่นอน และควบคุมผลได้ยาก จึงหันไปใช้ Adwords ซึ่งตอบโจทย์ผู้ส่งออกอย่าง MuaythaiStuff ได้ทั้งหมด เช่นการเลือกประเทศเป้าหมาย เลือกเวลาแสดงโฆษณา นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันการถูกคลิกซ้ำๆ ที่ทำให้เสียเงินมากเกินเหตุ ที่เรียกว่า “Click Fraud” อีกด้วย

ปีแรกของการลองใช้ผ่านไป วุฒินันท์คิดว่าแบรนด์และสินค้าคงจะเดินต่อไปได้เองแล้ว และพบว่าผู้ชมที่คลิกมาจาก Adwords นั้นไม่ค่อยสั่งซื้อเท่าไร จึงหยุดแคมเปญ Adwords ไว้แค่นั้น ผลปรากฏว่ายอดขายตกลงฮวบฮาบ วุฒินันท์สรุปบทเรียนว่า “คนส่วนใหญ่เห็นโฆษณาแล้วรับรู้ไว้ แต่ไม่ซื้อทันที และก็มีมากที่ไม่คลิกโฆษณา แต่เข้ามากดสั่งซื้อเองทีหลัง ซึ่งถ้าหยุดโฆษณา ส่วนนี้ก็หายไปด้วย”

หลังจากนั้น วุฒินันท์หันมาให้ความสำคัญกับ Adwords อย่างจริงจัง และด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ผลปรากฏว่ารายได้ส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากโฆษณาบนGoogle Adwords ชนิดที่ขาดไม่ได้ โดยมีออเดอร์ส่งไปขายทั้งในสหรัฐอเมริกา และประเทศในแถบยุโรป

“คำไหนถูกคลิกโฆษณามาก ก็จะเพิ่มงบให้คำนั้นมากขึ้น โดยแคมเปญทุกแบ่งเป็นกลุ่มๆ อย่างละเอียดรองรับ muaythaistuff.com, kombatgear.com, และ tuffclothing.com แต่แม้จะใช้มาหลายปี แต่ก็ยังต้องเรียนรู้ไปปรับแต่ง ไปแบบ “Trial & Error” อยู่เรื่อยๆ ตามเทรนด์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ทุกวันนี้ วุฒินันท์ใช้น้องชายทั้งสองเป็นผู้บริหารช่วยงานต่างๆ ทั้ง ศุภนันท์ มือเบสวง Buddhist Holiday ดูแลงานอาร์ตเวิร์คและกราฟิกทั้งหมดทั้งบนสินค้าและบนเว็บไซต์ และ ธัชนันท์ ดูแลเว็บไซต์ ระบบคอมพิวเตอร์ในโรงงาน และระบบไอทีทั้งหมด และกระสอบทรายลูกเดิมที่ทั้ง 3 เล่นเตะต่อยด้วยกันมาแต่เด็กก็ถูกย้ายไปแขวนที่โรงงานให้สามพี่น้องและ พนักงานทุกคนที่สนใจมาออกแรงได้เสมอ

ที่มา >> http://www.positioningmag.com/magazine/details.aspx?id=84008

วู้ดดี้เกิดมาคุยย้อนหลัง 19 มิถุนายน 2554 (ทูตมวยไทย)

เริ่มธุรกิจออนไลน์ บทที่ 1

หากคุณต้องการ เริ่มธุรกิจออนไลน์ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ  .. คุณจะทำธุรกิจอะไร
เมื่อคุณคิดได้แล้วว่า จะทำธุรกิจอะไร สิ่งต่อไป ก็คือการร่วม ธุรกิจ ที่คุณคิดขึ้นมานั้น ประสานเข้ากับ สื่อออนไลน์

เดี๋ยวว่างๆ จะมาเขียนว่า คุณจะนำธุรกิจ ของคุณ ทั้งที่คิดขึ้นมาใหม่ และที่คุณมีอยู่แล้ว มาประสานเข้ากับ สื่อออนไลน์ จนกลายเป็น ธุรกิจออนไลน์ ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไงครับ

โฆษณา Google Chrome : ทูตมวยไทย

ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องที่สองจาก “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” : มาดูว่าคุณโอ๊ค วุฒินันท์ สังข์อ่อง นำความรักในมวยไทยมาสานต่อจนกลายเป็นธุรกิจระดับนานาชาติด้วยพลังของเว็บได้อย่างไร

โฆษณา Google Chrome เวอร์ชั่นไทย

โฆษณา Google Chrome เวอร์ชั่นไทย