วิธีติดตั้ง Google +1 Button บนเว็บไซต์ของเราเอง

ในที่สุด Google +1 Button ก็เริ่มเปิดให้ใช้งานกันแล้วครับ

วันนี้เลยหยิบยก หน้าตา และวิธีการนำไอ้เจ้า Google +1 Button ไปติดบนเว็บไซต์ของเราเอง มาแนะนำกันครับ

เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปได้ที่ Webmaster Tools ในส่วนของ +1 Button ครับ

http://www.google.com/webmasters/+1/button/index.html

ซึ่งวิธีการนำไปติด ก็ไม่ยากอะไรครับ แค่เลือก Size และ รูปแบบที่เราต้องการ จากนั้น ก็ให้ Copy code ที่ได้ ไปติดได้ทันทีครับ

โดยจะมีอยู่สองส่วนครับ ส่วนแรก จะเป็นการเรียก api ของ Google มาใช้งาน ซึ่งเราจะเอา code นี้ไว้ภายใน  TAG <body> ครับ

<script type=”text/javascript” src=”http://apis.google.com/js/plusone.js”>
{lang: ‘th’}
</script>

และส่วนที่สอง คือ ส่วนที่เราต้องการให้แสดงปุ่ม +1 นั่นเอง อยากเอาไปแสดงตรงไหน ก็แค่เอาไปแปะไว้ตรงนั้นครับ

<g:plusone></g:plusone>

สำหรับส่วนที่สองนี้ เราสามารถระบุเพิ่มเติมได้ว่า ต้องการแสดงปุ่มรูปแบบใด ทั้งปุ่มเล็กปุ่มใหญ่ หรือ มีตัวนับ หรือไม่มีตัวนับ รวมไปถึงการระบุเจาะจง URL ที่ให้ทำการ +1

และที่น่าสนใจ คือสามารถใส่ JS callback function เข้าไปด้วยเลย ซึ่งเจ้าตัว callback นี่เราก็สามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลายอย่างเลยครับ

เพียงเท่านี้เราก็จะมี Google +1 Button ไปติด ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เรามากดกันแล้วละครับ

สำหรับใครที่อยากเจาะลึกเกี่ยวกับการใช้งาน Google +1 Button นี้ก็สามารถ เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link ด้านล่างนี้ครับ
http://code.google.com/apis/+1button/

*** +1 Annotations are currently only available in US English on Google.com

Google +1 Button บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google

Google +1 Button บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google

การปรับแต่ง +1 ในแบบของคุณบนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ทำให้ Google สามารถปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาให้กับคุณทั่วทั้งเว็บ โดยพิจารณาจากโปรไฟล์ Google, กิจกรรม +1 และ สังคมออนไลน์ ของคุณ Google ทำเช่นนี้โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของคุณกับเว็บไซต์ภายนอก

ถ้าคุณเปิดใช้งาน +1 ในไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google คุณจะสามารถดูคำแนะนำจากคนที่คุณรู้จักเมื่อคุณดูเนื้อหาเดียวกับที่พวกเขาได้ +1 ไว้ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเพื่อนของคุณคลิกปุ่ม +1 บนไซต์บันเทิงไซต์หนึ่ง เมื่อคุณเข้าชมไซต์ดังกล่าว คุณอาจเห็นคำแนะนำของเพื่อนของคุณถัดจากปุ่ม +1

การเปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google จะไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลของคุณหรือเพื่อนของคุณกับไซต์ที่คุณกำลังดู (นอกจากคุณจะยินยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลของคุณกับไซต์นั้นโดยเฉพาะ) Google จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างคุณและเว็บไซต์ภายนอก โดยแสดงข้อมูลของคุณให้กับคุณโดยไม่เปิดเผยต่อเว็บไซต์นั้นๆ
เห็นเฉพาะ +1 แบบรวม

ถ้าคุณปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google แล้ว +1 ของ สังคมออนไลน์ ของคุณจะไม่แสดงบนเว็บไซต์ภายนอก Google ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนของคุณ +1 ให้กับบทความบนเว็บไซต์ข่าวสาร และคุณดูบทความเดียวกันนั้น คุณจะเห็นเฉพาะจำนวนรวมที่ไม่ระบุชื่อของผู้ที่ได้ +1 ไซต์นั้น
+1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google และกิจกรรมเว็บของคุณ

เมื่อคุณคลิกปุ่ม +1 ถือว่าคุณส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงความสนใจที่จะแสดง แบ่งปัน หรือแนะนำเนื้อหาออนไลน์ที่เฉพาะเจาะจง รวมทั้งโฆษณา ดังนั้น ถ้าเพื่อนของคุณเลือกที่จะ +1 โฆษณา หน้าเว็บ ผลการค้นหา คุณก็อาจเห็น +1 นั้นบนเว็บไซต์อื่นๆ ด้วย Google เก็บ +1 ของคุณเพื่อปรับแต่งเว็บในแบบของคุณโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น การแสดง +1 เหล่านี้ต่อสังคมออนไลน์ของคุณและผู้อื่นที่อาจเห็นว่า +1 นั้นมีความเกี่ยวข้อง

ถ้าคุณเลือกที่จะ แสดงแท็บ +1 ของคุณอย่างสาธารณะ ผู้ที่เข้าชมโปรไฟล์ Google ของคุณจะสามารถดูรายการทั้งหมดที่คุณได้ +1 ไว้ ถ้าคุณเลือกที่จะเก็บแท็บ +1 ไว้เป็นส่วนตัว เฉพาะคุณเท่านั้นที่จะเห็นเนื้อหาในแท็บ +1 ของคุณ

จัดการ +1 ของคุณ:
คุณสามารถควบคุมเนื้อหา +1 ของคุณได้เสมอ +1 ของคุณทั้งหมดนั้น สามารถจัดการได้ จากแท็บ +1 ในโปรไฟล์ของคุณ
เปิดใช้งานหรือปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ในครั้งแรกที่คุณ +1 รายการ

(ถ้าคุณยังไม่มีโปรไฟล์ Google คุณจะได้รับแจ้งให้สร้างโปรไฟล์ก่อนคุณจึงจะสามารถ +1 รายการ และเปิดหรือปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ได้)

ถ้าคุณมีโปรไฟล์ Google อยู่แล้วและต้องการเปิดหรือปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ดำเนินการดังนี้


Google +1 Button
บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google
- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ
- คลิกปุ่ม +1 สำหรับรายการที่คุณต้องการบันทึก แบ่งปัน หรือแนะนำ
- ในการเปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ตรวจสอบว่าได้เลือก ฉันตกลงที่จะให้ Google ใช้ +1 ของฉันและข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับเนื้อหาและโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google แล้ว ในการปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ยกเลิกการเลือกตัวเลือกนั้น
- คลิก แบ่งปัน +1 ของฉัน

ถ้าคุณไม่มีโปรไฟล์ Google และต้องการเปิดหรือปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ดำเนินการดังนี้
- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ
- คลิกปุ่ม +1 สำหรับรายการที่คุณต้องการบันทึก แบ่งปัน หรือแนะนำ
- ป้อนชื่อโปรไฟล์สาธารณะของคุณและใส่รูปให้กับโปรไฟล์ของคุณ
- ในการเปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ตรวจสอบว่าได้เลือก ฉันตกลงที่จะให้ Google ใช้ +1 ของฉันและข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับเนื้อหาและโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google แล้ว ในการปิดใช้งาน +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ให้ยกเลิกการเลือกตัวเลือกนั้น
- คลิก แบ่งปัน +1 ของฉันและสร้างโปรไฟล์

เปลี่ยนแปลงการตั้งค่า +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ของคุณ
ในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ของคุณ ให้ดำเนินการดังนี้

- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ
- ใต้การตั้งค่าส่วนบุคคลของคุณ หา +1 บนไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google แล้วคลิก แก้ไข
- เลือกตัวเลือกที่ต้องการ
- คลิก บันทึก

ประวัติความเป็นมา โอวัลติน

โอวัลติน

โอวัลติน

โอวัลติน กำเนิดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยคุณหมอคนหนึ่งชื่อ Dr. George Wander ในปี 1904
หมอคนนี้ได้หาวิธีที่ช่วยให้คนไช้ของเขา ซึ่งกินอะไรไม่ค่อยได้(หรือกินไม่ลง) ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน
จึงได้นำ ไข่, มอลต์ และ โกโก้ มาผสมกันเพื่อให้คนไข้ดื่ม เมื่อเห็นว่าได้ผลดี จึงได้ทำออกมาขายให้คนทั่วไป ใน ตอนที่โอวัลตินกำเนิดมานั้นชื่อ Ovomaltine โดยมาจากคำว่า “Ovum” ที่แปลว่า ไข่ และ “Malt” ที่เป็นส่วนผสมหลัก แต่เมื่อนำออกขายนอกสวิตเซอร์แลนด์จึงใช้ชื่อว่า Ovaltine

โอวัลตินมีดียังไง
มาถึงตอนนี้หลายคนคงจะสงสัยต่อไปอีกว่า “แล้ว มอลต์ ล่ะ คืออะไร”

มอลต์ สกัดที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโอวัลตินนั้นทำมาจาก “ข้าวบาร์เลย์” (วัตถุดิบตัวเดียวกับที่ใช้ผลิตเบียร์นั่นแหละ แต่กรรมวิธีต่างกัน)
วิธี ทำมอลต์สกัด คือนำข้าวบาร์เลย์มาแช่น้ำให้รากงอกออกมาเล็กน้อย แล้วนำมากลั่นด้วยความร้อนต่ำ (เพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าของสารอาหาร) จนกลายเป็นมอลต์สกัด

ถามว่าทำไมต้องสกัดมาจากตอนที่รากเริ่มงอก เพราะว่าช่วงที่เมล็ดข้าวบาร์เลย์อุดมไปด้วยสารอาหารเนื่องจากเอนไซม์ที่ อยู่ในเมล็ดจะเริ่มกระบวนการผลิตคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และสารอาหารอื่นๆ ที่ ละลายน้ำ เพื่อเป็นอาหารของยอดอ่อนในการเจริญเติบโต โดยเอนไซม์ที่มีมากในระยะของการเริ่มงอกคืออะมีเลส (amylase) ทั้งชนิดแอลฟาและเบต้า (แอลฟาอะมีเลส เป็นเอนไซม์ที่สำคัญที่สุด ในการเปลี่ยนแป้ง เป็นน้ำตาล) นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนชนิดที่ละลายน้ำได้ ซึ่งให้รสของมอลต์

มอลต์ก็คือสารอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและดีต่อสุขภาพ ผลิตจากเมล็ดข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ผ่านการขัดสี จึงยังคงคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ทั้ง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมายเกือบ 50 ชนิด (โดยเฉพาะ วิตามินเอ วิตามินซี และธาตุเหล็ก)

แล้วชงยังไงให้อร่อย
วิธีชงให้อร่อยนั้น คือ ชงกับ “นม” ครับ โดยใช้วิธีอุ่นนมให้ร้อน แล้วเติมโอวัลตินลงไปชงเลยครับ หรือถ้าจะชงเย็น ก็ใช้น้ำร้อนชง (ใช้น้ำร้อนนิดเดียว แค่พอโอวัลตินละลาย) จะนั้นก็เติมนมลงไป เท่านี้คุณก็จะได้ โอวัลติน รสกลมกล่อม กลิ่นหอมถูกใจ และยังได้สารอาหารมากมาย
หรือ อ่าน วิธีชงโอวัลตินให้อร่อย วิธีอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้ครับ
http://blog.zalapao.com/zalapao-trip/54.html

กินโอวัลตินแล้วอ้วนมั๊ย!!!
สำหรับ คนที่คิดว่า ดื่มโอวัลตินแล้วอ้วน จริงๆแล้วโอวัลตินไม่ได้ทำให้อ้วนหรอกครับ ตัวที่ทำให้อ้วนนั่นคือ “นมข้นหวาน” ที่คุณเติมลงไปนั่นแหละ
ถ้าคนที่กลัวอ้วน หรือต้องการควบคุมน้ำหนัก ก็สามารถ ชงโอวัลตินกับน้ำร้อน โดยที่ไม่ต้องเติมน้ำตาล นมข้นหวาน หรือ ครีมเทียมก็ได้นะครับ

เครดิต คุณเอ็ม

http://miatasite.multiply.com/journal/item/5

ตารางการหักลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2553

หมุนเวียนมาครบอีกรอบภาษีกันแล้วนะครับ สำหรับพวกเราบุคคลธรรมดา ที่ยังคงมีหน้าที่ ที่ต้องเสียภาษีประจำปีกัน ซึ่งปีนี้ การคำนวนภาษีก็มีบางจุดที่เปลี่ยนแปลง หลักๆ ก็จะเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานการลดหย่อนภาษีจากกิจกรรมทางการเงินต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนแรงพวกเราชาวมนุษย์เิงินเดือน อย่างพวกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนกันได้แล้ว รวมไปถึงเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ต่างๆก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ด้วยเช่นกันครับ

ลองดูเป็นไอเดีย ก่อนไปกรอกภาษีกันนะครับ ผมเอาต้นฉบับจากเว็บกรมสรรพากร มาจัดหน้าใหม่ให้ดูง่ายขึ้นครับ

ตารางการหักลดหย่อน และยกเว้นภาษีเงินได้ เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ปีภาษี 2553

รายการหักลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้
1. หักลดหย่อนส่วนตัว
1.1 สำหรับผู้มีเงินได้ 30,000 บาท
1.2 คู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) 30,000 บาท
1.3 บุตรที่ไม่ได้ศึกษาหรือศึกษาในต่างประเทศ บุตรที่ศึกษาในประเทศ คนละ 15,000 บาท
บุตรที่ศึกษาในประเทศ คนละ 17,000 บาท
1.4 ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดา ของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดา ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท
1.5 ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
1.6 เบี้ยประกันสุขภาพบิดา มารดา ของผู้มีเงินได้ และ บิดา มารดาของคู่สมรส ที่ไม่มีเงินได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

2. หักลดหย่อนและยกเว้น สำหรับเบี้ยประกันชีวิต
กรณีกรมธรรม์ประกันชีวิต
2.1 ผู้มีเงินได้ เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

2.2 คู่สมรส กรณีมีเงินได้ หักได้เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้

กรณีไม่มีเงินได้ หักได้เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

กรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ เท่าที่จ่ายไปจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 100,000 บาท

แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน

ซึ่งต้องไม่เกิน 200,000 บาท

และเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว

ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

3. หักลดหย่อนเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
3.1 ผู้มีเงินได้ เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท และ

(ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ยกเว้นเงินได้อีกไม่เกิน 490,000 บาท)

3.2 คู่สมรส เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้
4. ยกเว้นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
เงินได้เท่าที่จ่ายเงินเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน

แต่ไม่เกิน 500

,000 บาท

5. ยกเว้นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
เงินได้เท่าที่จ่ายเงินเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน

แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

6. หักลดหย่อนและยกเว้น สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย
6.1 ผู้มีเงินได้กู้ยืมคนเดียว เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

6.2 ผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืม คนละตามส่วนเฉลี่ยดอกเบี้ยตามจำนวนผู้กู้

แต่รวมกัน ไม่เกิน 100,000 บาท

7. ยกเว้นค่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ
7.1 ผู้มีเงินได้ เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

ที่จ่ายไปในระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน ถึง

วันที่ 31 ธันวาคม 2553

7.2 คู่สมรส กรณีมีเงินได้ หักได้เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้

กรณีไม่มีเงินได้ หักลดหย่อนไม่ได้

8. หักลดหย่อนเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม
8.1 ผู้มีเงินได้ เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท
8.2 คู่สมรส เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้
9. ค่าลดหย่อนเงินบริจาค
9.1 เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้

หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น

ก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค

9.2 เงินบริจาคทั่วไป เท่าที่บริจาคจริงในเดือนมกราคม ถึงธันวาคม

แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้

หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น

9.3 เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เท่าจำนวนที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้

หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น

ที่จ่ายในระหว่างเดือนกันยายน ถึงธันวาคม 2553

10. ยกเว้นเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ในไทย และมีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป
10.1 ผู้มีเงินได้ ไม่เกิน 190,000 บาท
10.2 คู่สมรส เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้
11. ยกเว้นเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นคนพิการอยู่ในไทย และมีอายุไม่เกิน 65 ปี บริบูรณ์
11.1 ผู้มีเงินได้ ไม่เกิน 190,000 บาท
11.2 คู่สมรส เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้

อย่าลืมนะครับ ยื่นภาษีปี 2553 หมดเขต 31 มีนาคม 2554 นี้ เท่านั้น !

ยื่นแบบภาษี ผ่านเน็ตได้ที่ http://rdserver.rd.go.th/publish/index.php

เครดิต : http://www.rd.go.th/publish/44269.0.html

Facebook Vs. Twitter a breakdown of 2010 social demographics

Facebook Vs. Twitter Infographic

Facebook Vs. Twitter Infographic

Facebook Vs. Twitter a breakdown of 2010 social demographics

สรุปผลการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2011 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554

ผลการแข่งขัน ทีทีเอ็ม พิจิตร 3-1 เชียงราย ยูไนเต็ด
สรุปผลไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1
ผลการแข่งขัน สุพรรณบุรี เอฟซี 1 – 1 เอฟซี ภูเก็ต
ผลการแข่งขัน บุรีรัมย์ เอฟซี 3 – 0 อาร์แบค เอฟซี
ผลการแข่งขัน แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 2-2 ม.รังสิต
ผลการแข่งขัน แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-2 จันทบุรี เอฟซี
ผลการแข่งขัน สงขลา เอฟซี 2 – 2 สระบุรี เอฟซี

สรุปผลการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2011 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554

ผลการแข่งขัน ทีทีเอ็ม พิจิตร 3-1 เชียงราย ยูไนเต็ด
สรุปผลไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1
ผลการแข่งขัน สุพรรณบุรี เอฟซี 1 – 1 เอฟซี ภูเก็ต
ผลการแข่งขัน บุรีรัมย์ เอฟซี 3 – 0 อาร์แบค เอฟซี
ผลการแข่งขัน แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 2-2 ม.รังสิต
ผลการแข่งขัน แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-2 จันทบุรี เอฟซี
ผลการแข่งขัน สงขลา เอฟซี 2 – 2 สระบุรี เอฟซี

ตั้งค่า Firefox ช้า ให้เร็วติดจรวด

หลังจากใช้งานเจ้า Firefox ไปได้พักใหญ่ ๆ  ก็รู้สึกได้เลยว่า Firefox ช้า และ มันชักจะงอแง มากขึ้นทุกที

เปิดโปรแกรมขึ้นมาทีไร เป็นต้องแอบอู้ อืดอาด เป็นที่สุด

วันนี้มีเวลา ก็เลยลองหาวิธีมาทำให้เจ้า Firefox ช้า ตัวดี ทำงานได้เร็วขึ้นดูบ้าง

และจากที่ค้นหาไปทั่ว ก็ได้เรียบเรียง วิธีการมาได้ ตามด้านล่างนี้ครับ มาเริ่มกันเลย

เปิดโปรแกรม Firefox ในช่อง URL พิมพ์ about:config  จากนั้นกด Enter เพื่อทำการเข้าไปปรับค่าต่างๆ ของโปรแกรม
จะเจอข้อความเตือนดูน่ากลัวๆ นิดนึง แต่ใจแข็งหน่อย กดอย่างระมัดระวัง เพื่อยืนยันการเข้าสู่หน้าตั้งค่า Config

ทำการแก้ไขค่าต่างๆ ดังนี้ โดยพิมพ์ชื่อบน แถบตัวกรองด้านบนได้เลย เพื่อความสะดวก

network.http.proxy.pipelining
ค่าเดิมเป็น false ให้ทำการแก้ไขให้เป็น true การแก้ไขทำได้โดย ดับเบิ้ลคลิกที่บรรทัดนั้นๆ ได้เลย

network.http.pipelining.maxrequests
แก้ไขโดยการ Dubble Click จากนั้นจะมีหน้าต่างแสดงขึ้นมา เพื่อให้เราได้แก้ไขค่า ซึ่งค่าเดิมคือ 4 ให้แก้เป็น 200

ซึ่งการแก้ไขในส่วนต่อๆ ไป จะทำในลักษณะเดียวกันนี้ โดยการ Dubble Click เพื่อแก้ไขค่า

network.http.max-connections
ค่าเดิม 24 แก้เป็น 64

network.http.max-connections-per-server
ค่าเดิม 8 แก้เป็น 20

network.http.max-persistent-connections-per-proxy
ค่าเดิม  4 แก้เป็น 10

network.http.max-persistent-connections-per-server
ค่าเดิม  2 แก้เป็น 10

network.http.request.max-start-delay
ค่าเดิม  10 แก้เป็น 0

network.http.proxy.version
ค่าเดิม 1.1 แก้เป็น 1.0

จากนี้จะเป็นการเพิ่มตัวแปลใหม่ลงใน Config โดยการคลิกขวาบนพื้นที่ว่าง เลือก New แล้วเลือก Integer จะมีหน้าต่างปรากฏขึ้นมาให้ใส่ชื่อเป็น nglayout.initialpaint.delay จากนั้นกด Enter จะมีหน้าต่างที่สองขึ้นมาให้เราใส่ค่า Value ตรงนี้ให้ใส่ค่าเป็น 0

สร้างตัวแปรใหม่ ขึ้นมา เป็นแบบ Integer ด้วยวิธีเดียวกัน ใส่ชื่อตัวแปร เป็น browser.sessionhistory.max_total_viewers ส่วนการกำหนดค่าของตัวแปรตัวนี้นั้น จะเป็นส่วนของการเก็บแคช
ดังนั้นเราควรใส่ตามปริมาณแรมของเครื่อง

แรม 32 MB ให้ใส่ 0
แรม 64 MB ให้ใส่ 1
แรม 128 MB ให้ใส่ 2
แรม 256 MB ให้ใส่ 3
แรม 512 MB ให้ใส่ 5

หากมีแรมเกินกว่านี้ ให้ใส่ 8
การกำหนดค่านี้ มีกฏง่ายๆ คือ ห้ามกำหนดค่าตัวแปร เกิน 8 มิฉะนั้น Firefox จะปิดการทำงานของแคชโดยปริยาย

สร้างตัวแปรใหม่ ขึ้นมา เป็นแบบ Integer ชื่อตัวแปร Browser.cache.memory.capacity สำหรับค่าของตัวแปร แนะนำให้กำหนดค่าตัวแปรเท่ากันกับตัวบน หรือผันแปรตามค่าแรมของเครื่อง
สร้างตัวแปรใหม่ โดยเลือกที่ Boolean ชื่อของตัวแปรใส่เป็น config.trim_on_minimize กำหนดค่าของตัวแปรเป็น True

ปิดโปรแกรม Firefox และลองเปิดขึ้นมาใหม่ เพื่อทดสอบการทำงาน จะเห็นได้ว่า เร็วขึ้นทันตาเห็น

เป็นอันเสร็จสิ้น กระบวนการทำให้เจ้า Firefox ช้า หายขี้เกียจกันแล้ว เย้

วิธีทำยำปลาดุกฟู

ยำปลาดุกฟู

ยำปลาดุกฟู

ส่วนผสมยำปลาดุกฟู
ปลาดุกย่าง 4 ตัว
มะม่วงดิบซอย 1 ถ้วยตวง
เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/2 ถ้วยตวง
ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอด

น้ำยายำปลาดุกฟู
พริกขี้หนูู่สวน 20-25 เม็ด
กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำปลาดุกฟู
โขลกรากผักชี กระเทียม ก่อนค่อยใส่พริกขี้หนูบุบ พอหยาบผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรส ตามชอบ

วิธีทำอาหาร ยำปลาดุกฟู

1. ปลาดุกย่างแกะเอาก้างออก สับหรือโขลกให้เนื้อฟู ผสมน้ำมันพอควร
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะพร้อมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ตั้งไฟพอน้ำมันร้อน
3. ผสมเกล็ดขนมปังลงในปลาดุกคลุกเคล้าให้เข้ากันตักลงในกระทะทีละ 1 ทัพพี ใช้ตะหลิวเขี่ยให้กระจายพอเหลือง ตักขึ้นใส่จานเวลารับประทาน โรยด้วยมะม่วงซอย หอมแดงซอย ถั่วลิสงหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด ผักขึ้นฉ่ายแล้วราดด้วยน้ำยา

เพียงเท่านี้ก็จะได้ ยำปลาดุกฟู อร่อย ๆ ไว้รับประทานแล้วครับ

Nexus One: The Story – Episode 5: Day One


Nexus One: The Story. A series of short films documenting the making of Nexus One.
Episode 5: Nexus One : Day One